ขุนศึกไร้ปริญญา EP.07 การเดินทางของเด็กแว้น

จะให้ขับรถคันหรูไปคุยธุรกิจกับลูกค้า
โทษทีนะ…#ผมคิดได้แต่ทำไม่ได้ครับ

เมื่อตอนทำธุรกิจใหม่ ๆ (ปี 2548 โดยประมาณ)
ยอดขายเดือนละไม่ถึงล้านบาท
เงินจ้างพนักงานก็ไม่ค่อยมีหรอก
หากอยากทำอะไร อยากได้อะไร
ให้เขียนใส่กระดานไว้ก่อนเลิกงาน
พอตื่นเช้าขึ้นมา ลุกมาเปิดร้านแล้วสั่งตัวเองทำซะ

เมื่ออยากขายดีขึ้นมันก็ต้องขยายฐานลูกค้า
ด้วยความที่ผมอยู่ในอำเภอเมือง
ภารกิจหลักจึงอยู่ที่ออกตระเวนหาลูกค้าในต่างอำเภอ
หรืออำเภอใกล้เคียงนั่นเอง

เปิดตำรานักขายที่ซื้อมาจากร้านหนังสือ
ก็พยายามทำตามบ้าง เช่น
– ก่อนออกไปหาลูกค้าให้โทรนัดก่อน
– สร้างความประทับใจแรกพบ
– เตรียมตัวนำเสนอเป็นอย่างดี ฯ
หลัก ๆ ก็ประมาณนี้

แต่ความที่เป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่
ไม่ค่อยทำตามตำราเท่าไหร่หรอกครับ

วันที่ผมออกไปพบลูกค้า
ผมไม่ค่อยนัดก่อน เพราะหากทำการโทรนัด
ลูกค้าเป้าหมายของผมมักจะปฏิเสธเสมอ
จึงได้ทำเนียนขับรถผ่าน เพื่อแวะทำความรู้จักพูดคุยก่อน
อุดหนุนเขาซักนิดแล้ว วันหลังค่อยมาสานต่อ

มีครั้งหนึ่งผมไปพบลูกค้าที่อ.ใกล้เคียง
ถือว่าเป็นอำเภอใหญ่มาก
แถมในมือมีลูกค้าเป้าหมายอยู่ถึง 5 ราย
ด้วยความที่ไม่คุ้นสถานที่ หากขับรถไปเอง
ต้องเสียเวลาค้นหานานโข

จึงตัดสินใจจอดรถยนต์ไว้ที่สถานีขนส่ง
เพื่อเหมามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
พาไปร้านของลูกค้าเป้าหมายเหล่านี้

นั่นแสดงว่าลูกค้าต้องเจอผมในสภาพเด็กแว้น
ออกไปพบลูกค้าแบบพกแฟ้มใบเสนอราคาแฟ้มเดียว
พร้อมข้อเสนอทางธุรกิจให้ลูกค้า
ถ้าจะมองหาความประทับใจแรกพบนั้นคงยาก

ลูกค้าเป้าหมายที่ผมมองหาทั้งหมด
ล้วนเป็นเจ้าใหญ่ในอำเภอ ที่ยอดขายสูงเป็นอันดับต้น
การที่คนอย่างผม นั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปเจรจาธุรกิจด้วย
มันดูเหมือนจะไม่ค่อยสมองค์ประกอบการเข้าพบลูกค้าตามตำรา
แต่มันก็ทำให้ผมเดินทางเร็วขึ้น เพราะยุคนั้นไม่มี GPS

อีกอย่างการที่เรามีข้อเสนอทางธุรกิจที่ดี
ย่อมเป็นที่ยอมรับได้ เพราะลงตัวด้วยผลประโยชน์

เชื่อมั้ยครับ ผมทำแบบนี้กับทุกอำเภอที่วางแผนไว้
จอดรถยนต์ไว้ที่สถานีขนส่ง และนั่งวินมอเตอร์ไซค์
มันง่ายดี แบบนี้นี่เอง

ในเวลาร่วมสองปี ผมมียอดขายจากไม่ถึงล้าน
กลายเป็นเฉลี่ยเดือนละสิบล้านบาทแบบเป็นขั้นตอน
(ปัจจุบันปี 2562 ไม่ได้บริหารร้านเองแล้ว
ทางสาขาก็ยังคงรักษายอดขายไว้ได้)
ทั้งหมดมาจากการเจรจาทางธุรกิจ
การเอาใจใส่ลูกค้า ความชัดเจนในหลาย ๆ เรื่อง

แม้ว่าการพบกันครั้งแรกต้องพยายามสร้างความประทับใจ
เพราะว่าด้วยมนุษย์เรามักตัดสินใจจากเปลือกนอก
แต่นั่นไม่สำคัญเท่าของดีที่เรามี
เราปล่อยของได้ถูกใจคู่ค้า
เราก็สามารถได้รับการยอมรับเช่นกัน

ที่เล่าให้ฟังเพราะ อยู่ ๆ นึกถึงอดีต
มีโอกาสได้เล่าให้กับลูกน้องฟังหลายครั้ง
และวันนี้เลยหยิบยื่นมาพิมพ์เป็นบทความ
หวังว่าคงพอมีประโยชน์กับผู้สนใจทั่วไป

ขอบคุณครับ

ธนบรรณ สัมมาชีพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *